โปรแกรม Blood Platelet Activation (BPA) บำรุงรากผม
BPA ย่อมาจาก Blood Platelet Activation เป็นโปรแกรมดูแลรักษาภาวะผมร่วงผมบางที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องพักฟื้น และยังสามารถใช้เสริมกับวิธีรักษาอื่นๆ ได้ เช่น การปลูกผมถาวร การใช้เลเซอร์กระตุ้นรากผม การใช้ยา เป็นต้น
โปรแกรม BPA คืออะไร
โปรแกรม Blood Platelet Activation (BPA) คือการฉีดบำรุงรากผมและหนังศีรษะด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นที่ผ่านกระบวนการปั่นเหวี่ยง 2 ชั้น โดยมีความเข้มข้นมากกว่า PRP ปกติถึง 10 เท่า และอุดมไปด้วย Growth Factor ที่สามารถช่วยซ่อมแซมและกระตุ้นรากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากโปรแกรม BPA นั้นจะใช้เกล็ดเลือดที่มาจากตัวผู้รับการรักษาเอง ไม่ใช่สารสังเคราะห์หรือเกล็ดเลือดที่มาจากผู้อื่น จึงนับว่ามีความปลอดภัยสูง
ข้อดีของโปรแกรม BPA
โปรแกรม BPA บำรุงรากผม มีข้อดีหลักๆ ดังนี้
- ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมได้ดี ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนประสิทธิภาพของการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นเพื่อบำรุงรากผม โดยพบว่าสามารถช่วยกระตุ้นการงอกและเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมได้อย่างมีนัยสำคัญ ในผู้ที่มีภาวะผมร่วงหรือผมบางหลายกลุ่ม ผ่านกลไกที่ช่วยขยายช่วงเจริญเติบโต (Anagen Phase) ของต่อมรากผม และช่วยส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดใหม่
- มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้เกล็ดเลือดที่มาจากตัวผู้รับการรักษาเอง จึงนับว่ามีความปลอดภัยสูง
- ไม่ต้องพักฟื้น ทั่วไปแล้วหลังฉีด BPA จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น
- สามารถใช้ร่วมกับวิธีรักษาอื่นได้ เช่น การใช้ยา การปลูกผม การใช้เลเซอร์กระตุ้นรากผม เนื่องจากมีกลไกที่ต่างกัน โดยจะช่วยเอื้อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ข้อเสียของโปรแกรม BPA
ในทางกลับกัน โปรแกรม BPA บำรุงรากผม ก็จะมีข้อเสียและข้อจำกัด ได้แก่
- มีประสิทธิภาพจำกัดในบางกรณี ทั่วไปแล้ว โปรแกรม BPA จะเห็นผลลัพธ์จำกัดสำหรับผู้ที่มีภาวะผมร่วงผมบางในระดับรุนแรง ซึ่งในกรณีนี้การรักษาด้วยการปลูกผมจะเหมาะสมกว่า
- อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้บ้าง แม้จะมีความปลอดภัยสูง แต่โปรแกรม BPA ก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงชั่วคราวได้บ้าง เช่น รู้สึกปวดตึง มีรอยแดง รู้สึกคัน บวมเล็กน้อย เป็นต้น
โปรแกรม BPA เหมาะกับใคร
โปรแกรม BPA โดยทั่วไปสามารถพิจารณาได้กับผู้ที่เข้าเกณฑ์ดังนี้
- ผู้ที่มีภาวะผมร่วงผมบางจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมนเพศ
- ผู้ที่มีภาวะผมร่วงผมบางจากความเครียด
- ผู้ที่มีภาวะผมร่วงผมบางหลังคลอด
- ผู้ที่เป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิคุ้มกันตนเอง (Alopecia Areata)
- ผู้ที่ได้รับการปลูกผม
- ผู้ที่ต้องการรักษาภาวะผมร่วงผมบางด้วยหลายวิธีผสมผสานกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดหรือเลี่ยงผลข้างเคียงจากยาแก้ผมร่วง (ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ควรลดหรือหยุดยาเอง)
- ผู้ที่มีผมเสียจากความร้อนหรือสารเคมี เช่น การดัดผม ทำสีผม เป็นต้น
ทั้งนี้ โปรแกรม BPA ทั่วไปแล้วจะเหมาะกับผู้ที่มีภาวะผมร่วงผมบางในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีความรุนแรงสูง การรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การปลูกผม ก็มักเหมาะสมกว่า แต่โปรแกรม BPA ก็ยังอาจสามารถพิจารณาใช้เป็นวิธีเสริมได้
โปรแกรม BPA ไม่เหมาะกับใคร
โปรแกรม BPA อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีบางเงื่อนไข เช่น
- ผู้ที่มีโรคหรือความผิดปกติบางชนิดเกี่ยวกับเกล็ดเลือด เช่น มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
- ผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณหนังศีรษะ
- ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งกระดูกหรือมะเร็งระบบโลหิตและน้ำเหลือง
- ผู้ที่ใช้ยาหรืออาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก
โปรแกรม BPA ราคาเท่าไหร่
โปรแกรม BPA ที่ Dr. PAUL Hair Clinic มีราคาเบื้องต้นอยู่ที่ 6,990 บาทต่อครั้ง แต่หากเลือกซื้อเป็นคอร์ส 6 ครั้ง ก็จะได้ราคาโปรโมชั่น 28,990 บาท (คิดเป็นไม่เกิน 4,900 บาทต่อครั้ง) พร้อมด้วยของแถมเพิ่มเติมเป็นโปรแกรมฉายแสงเลเซอร์ลดผมร่วง 6 ครั้ง
บทสรุป
โปรแกรม Blood Platelet Activation (BPA) คือการฉีดบำรุงรากผมและหนังศีรษะด้วยเกล็ดเลือดที่อุดมไปด้วย Growth Factor โดยมีความเข้มข้นมากกว่า PRP ทั่วไปถึง 10 เท่า เนื่องจากผ่านกระบวนการปั่นถึง 2 ขั้นตอน
โปรแกรม BPA บำรุงรากผมนั้นมีจุดเด่นสำคัญคือ ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมได้ดี มีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถใช้ร่วมกับวิธีรักษาอื่นได้ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็จะมีข้อเสียและข้อจำกัด ได้แก่ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะผมร่วงผมบางในระดับรุนแรง และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงชั่วคราวได้บ้าง เช่น รู้สึกปวดตึง มีรอยแดง รู้สึกคัน บวมเล็กน้อย เป็นต้น