เทคนิคปลูกผม DHI คืออะไร ต่างจาก FUE อย่างไร
เทคนิคปลูกผม DHI เทคนิคสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยม เนื่องด้วยจุดเด่นที่มีความแม่นยำสูง และมักก่อให้เกิดแผลเล็กกว่าเทคนิคดั้งเดิมอย่าง FUE
ปลูกผม DHI คืออะไร
เทคนิคปลูกผม DHI (ย่อมาจาก Direct Hair Implantation) คือเทคนิคที่อาศัยการเจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์คล้ายกับเทคนิค FUE แต่ต่างกันตรงที่เทคนิค DHI จะใช้ปากกานำปลูกเฉพาะที่เรียกว่า DHI Implanter หรือ Choi Implanter Pen ซึ่งสามารถทั้งเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว ทั้งยังช่วยให้ควบคุมความลึก ทิศทาง และมุมของผมที่ปลูกได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ด้วยจุดเด่นเหล่านี้นี่เอง เทคนิคปลูกผม DHI จึงเหมาะกับงานปลูกผมที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง เช่น งานปลูกที่เน้นไรผม เน้นการปรับกรอบหน้า
ปลูกผม DHI กับ FUE ต่างกันยังไง
เทคนิคปลูกผม DHI และ FUE มีจุดต่างสำคัญดังนี้
| ความต่าง | เทคนิคปลูกผม DHI | เทคนิคปลูกผม FUE |
|---|---|---|
| เครื่องมือนำปลูก | ใช้ปากกานำปลูกเฉพาะ เรียกว่า DHI Implanter หรือ Choi Implanter Pen ซึ่งสามารถทั้งเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว | ใช้คีมปลูกผม (Forceps) ในการปลูก |
| การเตรียมพื้นที่ปลูก | ไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก เพราะสามารถเจาะด้วยปากกานำปลูกได้เลย | ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูกด้วยมีดขนาดเล็ก เพราะใช้คีมปลูกผมในการปลูก |
| ความแม่นยำ | ปากกานำปลูกช่วยให้สามารถควบคุมความลึก ทิศทาง และมุมของผมที่ปลูกได้แม่นยำยิ่งขึ้น | มักมีความแม่นยำต่ำกว่า |
| ขนาดแผล | มักให้แผลเล็กกว่า | มักให้แผลใหญ่กว่า |
| ระยะเวลาปลูกผม | มักใช้เวลานานกว่า | มักใช้เวลาน้อยกว่า |
| ราคา | มักแพงกว่า | มักถูกกว่า |
ข้อดีของเทคนิคปลูกผม DHI
เทคนิคปลูกผม DHI มีข้อดีหลักๆ ดังนี้
- ไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก เนื่องจากเทคนิค DHI ใช้ปากกานำปลูกที่สามารถทั้งเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว จึงไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูกด้วยมีดขนาดเล็กเหมือนเทคนิคทั่วไปอย่าง FUE
- มีความแม่นยำสูง ปากกานำปลูก DHI Implanter ยังช่วยให้สามารถควบคุมความลึก ทิศทาง และมุมของผมที่ปลูกได้แม่นยำขึ้น จึงเอื้อต่องานปลูกที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง เช่น งานปลูกที่เน้นไรผม
- มักให้แผลเล็กกว่า ด้วยข้อดีที่ไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก และช่วยให้ควบคุมการปลูกผมได้แม่นยำกว่า เทคนิคปลูกผม DHI จึงมักทำให้เกิดแผลเล็กกว่าเทคนิคทั่วไปอย่าง FUE
ข้อเสียของเทคนิคปลูกผม DHI
ในทางกลับกัน เทคนิคปลูกผม DHI ก็จะมีข้อเสียและข้อจำกัด ได้แก่
- ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะ เนื่องจากใช้ปากกานำปลูกเฉพาะที่ต่างจากเทคนิคทั่วไป และยังมีรายละเอียดขั้นตอนการปลูกผมที่แตกต่างจากเดิม
- ใช้ระยะเวลาปลูกผมนานกว่า ด้วยขั้นตอนที่พิถีพิถันกว่า ทั่วไปแล้วเทคนิคปลูกผม DHI จึงมักใช้เวลานานกว่าเทคนิคทั่วไปอย่าง FUE
- ราคาแพงกว่าเทคนิคทั่วไป เนื่องด้วยต้องใช้ความชำนาญเฉพาะ และมักใช้ระยะเวลาปลูกนานกว่า เทคนิคปลูกผม DHI จึงมักมีราคาแพงกว่าเทคนิคทั่วไปอย่าง FUE
ปลูกผม DHI ราคาเท่าไหร่
เทคนิคปลูกผม DHI ที่ Dr. PAUL Hair Clinic มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 98,000 บาท โดยอยู่ในรูปแบบแพ็คเกจโปรโมชั่นปลูกผมเหมากราฟต์ ที่มาพร้อมของแถมหลายรายการ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย และยังมีโปรโมชั่นปลูกผมผ่อนจ่ายดอกเบี้ย 0% นานถึง 10 เดือน เพียงใช้บัตรเครดิตที่ร่วมโปรโมชั่น
ปลูกผม DHI ที่ไหนดี
การเลือกคลินิกปลูกผมสำหรับเทคนิค DHI หรือเทคนิคอื่นๆ มีข้อพิจารณาสำคัญดังนี้
- ความชำนาญของแพทย์และทีมปลูก การปลูกผมต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ โดยสามารถดูได้จากประวัติและผลงาน นอกจากนี้แล้ว ก็ยังต้องพิจารณาความชำนาญของทีมปลูกด้วยเช่นกัน เพราะการปลูกผมเป็นหัตถการที่ต้องดำเนินการเป็นทีม เพื่ออัตราการรอดชีวิตของกราฟต์ผมและภาพรวมผลลัพธ์ที่ดีสูงสุด
- เทคโนโลยีที่ทันสมัย ผลลัพธ์การปลูกผมยังขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ จึงควรเลือกคลินิกปลูกผมที่มีเทคนิคปลูกผมสมัยใหม่ เช่น FUE และ DHI รวมถึงมีเครื่องมือรักษาอื่นๆ ที่ครอบคลุม เช่น เครื่องเลเซอร์กระตุ้นรากผม และเครื่องปั่นแยกเกล็ดเลือด เพื่อการรักษาแบบผสมผสานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- มาตรฐานสุขอนามัย คลินิกปลูกผมที่เลือกต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และต้องมีมาตรฐานด้านสุขอนามัยและการรักษาที่ดี
- รีวิวผลลัพธ์หลังปลูกผม รูปและวิดีโอแสดงผลลัพธ์การรักษาเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงภาพรวมความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีมปลูก รวมถึงมาตรฐานการรักษาของทางคลินิกได้เป็นอย่างดี
ที่ Dr. PAUL Hair Clinic นอกจากปัจจัยพื้นฐานสำคัญเหล่านี้แล้ว เราก็ยังมีจุดเด่นในด้านการมีหลักการออกแบบเฉพาะตัวที่ช่วยให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ มีประสบการณ์รับแก้เคสปลูกผมจากที่อื่นมากมาย ทั้งยังมีสาขาครอบคลุม 5 จังหวัด
บทสรุป
เทคนิคปลูกผม DHI ย่อมาจาก Direct Hair Implantation คือเทคนิคที่อิงอยู่บนหลักการเจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์เหมือนเทคนิค FUE แต่จะใช้ปากกานำปลูกเฉพาะที่เรียกว่า DHI Implanter หรือ Choi Implanter Pen ซึ่งสามารถทั้งเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว และมีความแม่นยำในการปลูกสูงกว่า
เมื่อเทียบกับเทคนิคมาตรฐานอย่าง FUE แล้ว เทคนิคปลูกผม DHI มีข้อดีคือ ไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก มีความแม่นยำสูงกว่า และมักให้แผลเล็กกว่า แต่ก็มีข้อเสียและข้อจำกัด ได้แก่ ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะ มักใช้ระยะเวลาปลูกผมนานกว่า และมักมีราคาแพงกว่า